ตูมทิพ เครื่องดื่มมะตูมผงสำเร็จรูปผสมน้ำผึ้ง วิตามิน B1,B2,B6สูง
Advertise

น้ำบีทรูท



บีทรูท (หัวผักกาดแดง) เป็นพืชตระกูลเดียวกับหัวผักกาดที่อยู่ใต้ดิน ลักษณะกลมป้อม เปลือกสีออกดำ เนื้อสีแดงเลือดหมู หรือม่วงแดง เมื่อปอกสีจะติดมือ มีต้นกำเนิดอยู่ในแถบเมดิเตอร์เรเนียน บีทรูทเป็นพืชที่ให้วิตามินซีสูง รวมทั้งมี วิตามินเอ วิตามินบี1 บี2 ให้ธาตุแคลเซียม ฟอสฟอรัสและเหล็ก

ส่วนผสม

  • บีทรูทสด 2 หัว
  • น้ำสะอาด 1 ถ้วย
  • น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย
  • เกลือป่น 1/3 ช้อนชา


วิธีทำ  อ่านทั้งหมดได้ที่นี่ »

Tags: , , , , , , , , , , ,

No Comments

น้ำมะดัน



มะดัน เป็นไม้ยืนต้นชนิดหนึ่ง ชอบขึ้นตามริมน้ำ ผลมีสีเขียว ขนาดเท่าหัวแม่มือหรือใหญ่กว่าบ้างเล็กน้อย มีรสเปรี้ยวจัด และมีวิตามินซีสูง รับประทานได้ทั้งมะดันแก่ และมะดันอ่อน

ส่วนผสม

  • มะดัน 6-7 ผล
  • น้ำเปล่า 1 1/2 ถ้วยตวง
  • น้ำเชื่อม 1/2 ถ้วยตวง
  • เกลือป่น 1/4 ช้อนชา


วิธีทำ

นำมะดันล้างน้ำให้สะอาด ผ่าครึ่งแล้วเอาเมล็ดออก จากนั้นเติมน้ำใส่หม้อตั้งไฟ ใส่เนื้อมะดัน พอน้ำเดือด เติมน้ำเชื่อมให้ออกรสหวาน แล้วต้มต่อจนเนื้อมะดันเปื่อยนิ่ม กรองเอากากออก เติมเกลือป่นเล็กน้อย จะทำให้น้ำมะดันมีรสเปรี้ยวหวานมากขึ้น เวลาดื่มควรเติมน้ำแข็งลงไป เพื่อช่วยแก้กระหายน้ำ ทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้น
อ่านทั้งหมดได้ที่นี่ »

Tags: , , , , , , , , , , , ,

No Comments

น้ำพุทรา



พุทรา เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางใบเดี่ยว ใบมีลักษณะค่อนข้างกลม กิ่งก้านมีหนาม ออกดอกเป็นช่อ ผลกลม บางชนิดเมื่อสุกจะมีรสหวาน บางชนิดก็มีรสเปรี้ยว เป็นพืชตระกูลเล็บเหยี่ยว

ส่วนผสม

  • พุทรา สุกงอม 3 ถ้วยตวง
  • น้ำเปล่า 4 ถ้วยตวง
  • น้ำตาล 1 ถ้วยตวง
  • เกลือ 1/4 ช้อนชา


วิธีทำ

นำพุทราล้างน้ำให้สะอาด เติมน้ำลงไป แล้วนำไปต้ม  ต้มจนผลพุทราเปื่อยพอยีได้ หลังจากนั้นนำมายีให้เนื้อหลุดออกจากเมล็ด กรองเอาเมล็ดและเปลือกทิ้ง นำน้ำกับเนื้อพุทราที่กรองได้ไปตั้งไฟ เติมน้ำตาลทราย เกลือป่น แล้วชิมรสดู จะได้น้ำพุทราที่อร่อยมีรสเปรี้ยวนำ ตามด้วยรสหวาน เวลาดื่มใส่น้ำแข็ง ช่วยแก้กระหายน้ำ ทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้น
อ่านทั้งหมดได้ที่นี่ »

Tags: , , , , , , , ,

No Comments

ผักโขม ช่วยชะลอสมองเสื่อม



ผักโขมให้พลังงานต่ำแต่มีวิตามินสูง ผักโขม 1 ถ้วย มีวิตามินเคและวิตามินเอสูงกว่าปริมาณที่ร่างกายต้องการในหนึ่งวัน มีแมงกานีสและโฟเลตเกือบเท่ากับปริมาณที่ร่างกายต้องการและมีแมกนีเซียม ประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ที่ร่างกายต้องการ

นอกจากนี้ยังมีเยื่อใยอาหารแคลเซียมและ โปรตีน และให้พลังงานเพียง 40 แคลอรี นั่นคือเราจะได้รับสารอาหารต่าง ๆ ครบถ้วน แต่ได้รับพลังงานน้อย นอกจากนี้ผักโขมยังประกอบด้วยสารประเภทฟลาโวนอยด์หลายชนิด ซึ่งเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งหลายชนิด

มีงานวิจัยหลายชิ้นพบว่าผักโขมมีสารต่อ ต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามินซีและเบต้าแคโรทีนที่ทำงานร่วมกันในการช่วยส่งเสริมให้หัวใจมีสุขภาพ ดีขึ้นโดยการป้องกันการเกิดออกซิเดชันของคอเลสเตอรอล นอกจากนี้แมกนีเซียมในผักโขมยังช่วยควบคุมให้ความดันโลหิตอยู่ในระดับปกติ ในผักโขมยังมี  kaempferol ซึ่งเป็นสารต่อ ต้านอนุมูลอิสระที่ป้องกันการเกิดเซลล์มะเร็ง

มีรายงานพบว่าผู้หญิงที่รับประทานผักโขมในปริมาณสูงจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งรังไข่ นอกจากนี้ยังพบ kaempferol ได้ ในหัวหอม, องุ่น, ส้ม, บรอกโคลีและบลูเบอรี่ นอกจากนี้การรับประทานผักโขมยังช่วยชะลอความเสื่อมของสมอง

Tags: , , , , , , ,

No Comments

ประโยชน์จากผลไม้ ตระกูลเบอร์รี่




มีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับเบอร์รี่และโรคมะเร็ง ซึ่งผลที่ออกมาปรากฏว่า กรดผลไม้หลายชนิดมีฤทธิ์ยังยั้งเซลล์มะเร็งได้ และผลไม้จำพวกเบอร์รี่มีกรดชนิดนี้อยู่มาก นอกจากนี้เบอร์รี่ยังได้ขึ้นชื่อว่า เป็นแหล่งสารต้านอนุมูลอิสระตัวยงเลยทีเดียว

เบอร์รี่แต่ละชนิดจะมีผลดีต่อสุขภาพแตกต่างกันไปเล็กน้อย เช่น

บลูเบอร์รี่ ช่วยในเรื่องของดวงตา ป้องกันการเกิดโรคต้อกระจกตา การติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ และลดน้ำตาลในเลือด ส่วนสตรอเบอร์รี่จะเด่นด้านบำรุงทางเดินอาหาร เป็นต้น ซึ่งสรรพคุณโดยรวมของตระกูลเบอร์รี่ สารต้านอนุมูลที่หลากหลายจะช่วยเพิ่มการทำงานของหลอดเลือด ลดการอักเสบ รวมทั้งโรคทางระบบประสาทและสมอง


ส่วนมากการทานผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ เป็นอาหารตามปกติจะไม่ส่งผลทางด้านสุขภาพ ยกเว้นในกรณีที่ต้องได้รับการผ่าตัด จะต้องงดบลูเบอร์รี่ก่อนการผ่าตัด 2 สัปดาห์ เพราะอาจส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด อีกทั้งการทานแบบตากแห้ง น้ำผลไม้ หรือแช่แข็ง อาจได้รับปริมาณน้ำตาลมาก ซึ่งส่งผลทำให้ น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นได้ และการนำไปประกอบอาหารที่ต้องผ่านความร้อน ก็จะทำให้ประสิทธิภาพของสารต้านอนุมูลอิสระลดลงอีกด้วย แนะนำให้ทานแบบสด ๆ น่าจะได้รับคุณค่าได้อย่างเต็มที่มากกว่า



Tags: , , , , , ,

No Comments