ตูมทิพ เครื่องดื่มมะตูมผงสำเร็จรูปผสมน้ำผึ้ง วิตามิน B1,B2,B6สูง
Advertise

Archive for category บทความสุขภาพ

ดื่มน้ำอัดลมหวานๆประจำอาจเสี่ยงกับ มะเร็งของตับอ่อน

วารสารวิชาการ “การระบาดวิทยา ตัววัดความเสี่ยงและการป้องกันมะเร็ง” ของสมาคมวิจัยมะเร็งแห่งอเมริกา รายงานว่า มีการศึกษาพบว่า การดื่มเครื่องดื่มน้ำอัดลมที่มีรสหวาน จะทำให้เสี่ยงกับการเกิดเป็นมะเร็งของตับอ่อน อันเป็นมะเร็งที่ทำให้ถึงตายได้มากที่สุดชนิดหนึ่ง อย่างน่าหวาดหวั่น

รายงานผลการศึกษาส่อว่า เพียงแค่ดื่มอาทิตย์ละเพียง 2 หน ก็ทำให้โอกาสที่จะเป็นโรคเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่า

ผู้ ช่วยศาสตราจารย์มาร์ค พีไรนา ของโรงเรียนสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมินเนโซตา ผู้เขียนรายงานอาวุโส กล่าวว่า “ระดับน้ำตาลในเครื่องดื่มที่สูง อาจจะไปหนุนระดับอินซูลินในร่างกายให้สูงขึ้น ซึ่งคิดว่ามีส่วนช่วยเป็นปุ๋ยให้เซลล์มะเร็งตับอ่อนเติบโตขึ้น”

ผล การศึกษาแจ้งต่อไปว่า “ผู้ที่ดื่มน้ำอัดลมอาทิตย์ละ 2 หนขึ้นไป จะมีอัตราเสี่ยงกับโรคสูงขึ้น เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ได้ดื่ม ถึงร้อยละ 87 ซึ่งไม่พบลักษณะแบบเดียวกัน เกิดในหมู่ผู้ที่ดื่มน้ำผลไม้คั้น”

 

Tags: , ,

1 Comment

ขิง สรรพคุณเหนือยาแก้ปวด ขจัดกล้ามเนื้อเจ็บปวดได้ดี

ศาสตราจารย์ มหาวิทยาลัยจอร์เจียแห่งสหรัฐฯ ศึกษาวิจัยพบว่าขิงมีสรพพคุณแก่ปวดเมื่อย หลังจากการออกกำลังกายหนักๆ ให้ผลดียิ่งกว่ายาแก้ปวดขนานต่างๆเสียอีก

ศาสตราจารย์ แพทริค โอคอนเนอร์ หัวหน้าคณะนักวิจัย กล่าวว่าขิงใช้กันเป็นสมุนไพรประจำบ้าน รักษาโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ตั้งแต่ไอ ไปจนถึงท้องเสีย มานานนับหลายร้อยปีแล้ว และในการศึกษาวิจัยหนนี้ยังได้พบว่า มันยังช่วยขจัดกล้ามเนื้อเจ็บปวดได้ดีเป็นพิเศษอีกด้วย

ผลจากการวิจัยทำ ให้เชื่อว่า มันมีสรรพคุณเหนือยาแก้ปวดหลายขนาน หลายคนซึ่งได้รับความปวดเมื่อยแบบนี้มาแล้ว ย่อมยินดีต้อนรับทุกสิ่งซึ่งช่วยบำบัดให้คลายลง

ในผลการศึกษาพบ ว่า มันช่วยลดความปวดเมื่อยที่เกิดจากการออกกำลังลงได้ถึงร้อยละ 25 เป็นที่รู้กันว่ามันมีสารเคมีที่มีสรรพคุณเหมือนกับยาแก้อักเสบพวกที่ไม่ เข้าสเตียรอยด์ เช่น ยาแอสไพริน

ที่ มา: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tags: , , , ,

No Comments

ย่านาง สมุนไพรชลอความแก่

ทุกวันนี้เราคุ้นเคยกับใบย่านางในรูปของเครื่องปรุงแต่งกลิ่นรส อาหารพื้นบ้านไทยๆ จนเข้าใจกันว่าเป็นพืชผักชนิดหนึ่ง ทว่าในความเป็นจริง ย่านางคือสมุนไพรใกล้ตัวคู่บ้านคู่ครัวไทยมาแล้วหลายยุคหลายสมัย

หมอยาภาคอีสานโบราณจะเรียกชื่อของย่านางว่า “ย่าหมื่นปีไม่แก่” เพราะด้วยสรรพคุณมากมาย ตั้งแต่ดับพิษร้อน ถอนพิษไข้ รวมไปถึงรักษาโรคมะเร็ง ที่สำคัญยังเป็นสมุนไพรใกล้ตัวที่เมื่อนำมาปรุงเป็นอาหารแล้วยังมีรสชาติ อร่อยถูกปากได้หลายเมนู จึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมขณะนี้ ย่านาง จึงกลายเป็นสมุนไพรที่ได้รับความสนใจมากที่สุดอีกชนิด

ลักษณะของต้นย่านาง จะเป็นเถาไม้เลื้อย เถามีรูปร่างกลมขนาดเล็กแต่มีความเหนียว เถาสีเขียวเมื่อเถาแก่จะมีสีเข้มคล้ำ บริเวณเถามีข้อห่างๆ เถาอ่อน มีขนอ่อนปกคลุม เมื่อแก่แล้วผิค่อนข้างเรียบ รากมีหัวใต้ดิน ใบเป็นใบเดี่ยวคล้ายใบพริกไทย ออกติดกับลำต้นแบบสลับรูปร่าง ลักษณะคล้ายรูปไข่หรือรูปไข่ขอบขนาน ปลายใบเรียว ฐานใบมน ขนาดใบยาว 5-10 เซนติเมตร ขอบใบเรียบ ผิวใบเป็นคลื่นเล็กน้อย ใบย่างนางที่ขึ้นในภาคใต้จะเรียวยาวแหลมกว่า สีเขียวเข้ม หน้าและหลังใบเป็นมัน ดอกออกตามซอกใบ ซอกโคนก้าน ช่อหนึ่งๆ จะมีดอกขนาดเล็กสีเหลือง 3-5 ดอก ออกดอกแยกเพศอยู่คนละต้น ไม่มีกลีบดอก ขนาดอกโตกว่าเมล็ดงาเล็กน้อย มักออกดอกช่วงเดือนเมษายน ผลมีรูปร่างกลมเล็กขนาดเท่าผลมะแว้งสีเขียว เมื่อแก่จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอมแดงหรือแดงสดเมื่อแก่จัดจนสุกงอมจะกลายเป็น สีดำ

การปลูกย่านางสามารถปลูกได้ในดินทุกชนิดและปลูกได้ทุกฤดู โดยขยายพันธุ์ด้วยการใช้หัวใต้ดินหรือเถาแก่ที่ติดหัว นอกจากนี้ยังสามารถขยายพันธุ์ได้ทั้งการปักชำยอดและเพาะเมล็ด   อ่านทั้งหมดได้ที่นี่ »

Tags: , , , , , , , , , , , , , ,

1 Comment

กินผัก ผลไม้ ต้านหวัด 2009

กรมอนามัยแนะทานผักสดและผล ไม้ที่มีวิตามินซีสูง เช่น ฝรั่ง มะละกอ ส้ม เงาะ มะม่วง ลิ้นจี่ ตำลึง คะน้า กะหล่ำปลี ช่วยต้านหวัด 2009

นพ.ณรงค์ศักดิ์ อังคะสุวพลา อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยถึงการกินอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สาย พันธุ์ใหม่ 2009 ว่า ในช่วงระยะของการเกิดโรคระบาดในขณะนี้ นอกจากจะเน้นการกินอาหารที่ปรุงสุกใหม่ โดยกินอาหารทันทีหลังจากปรุงอาหารให้สุกด้วยความร้อนแล้ว ควรใช้ช้อนกลางทุกครั้งและทุกมื้ออาหาร ซึ่งจะช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อโรคที่จะติดต่อระหว่างคนสู่คนผ่านทางระบบ ทางเดินหายใจและเสมหะ น้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย

การล้างมือก่อนการบริโภคอาหารและหลังการขับถ่าย จะช่วยลดอัตราการปนเปื้อนของเชื้อโรคที่อาจแพร่เข้าสู่ร่างกาย ทั้งที่เกิดจากการสัมผัสทางผิวหรือทางปาก โดยผ่านการหยิบจับอาหารด้วยมือเปล่า และสวมหน้ากากอนามัยปิดปาก จมูก ทุกครั้งที่ไอ จาม รวมทั้งมีการทิ้งขยะประเภททิชชูที่ใช้เช็ดน้ำมูกลงในขยะแบบปิด  อ่านทั้งหมดได้ที่นี่ »

Tags: , , , , , , , , , , , , , ,

No Comments

22สมุนไพรไทย ขึ้นบัญชีใหม่ ยาหลักแห่งชาติ

ล่าสุด กระทรวงสาธารณสุข มีนโยบายส่งเสริมให้สถานพยาบาลในสังกัดทั่วประเทศใช้ยาสมุนไพรบำบัดรักษาโรคควบคู่กับยาแผนปัจจุบัน โดยให้มีมากกว่า 19 รายการบรรจุในบัญชียาหลักแห่งชาติที่ใช้มากว่า 5 ปี รวมทั้งใช้ทดแทนเพื่อลดการนำเข้ายาแผนปัจจุบันจากต่างประเทศ

โดยจะเพิ่มยาสมุนไพรที่สถานพยาบาลผลิตและใช้ในโรงพยาบาล ซึ่งยังไม่มีในบัญชียาหลักแห่งชาติ อีก 22 รายการ อันได้แก่ เจลว่านหางจระเข้, มะขามแขก, หญ้าหนวดแมว, เพชรสังฆาต, กระเทียมแคปซูล, ธรณีสัณฑะฆาต, ขี้เหล็ก, บอระเพ็ด, มะระขี้นก, สหัสธารา, เหงือกปลาหมอ, ลูกยอ, กระชายดำ, ส้มแขก, เทพธารา, ยาห้าราก, น้ำมันไพล, ยาแก้ไอมะขามป้อม, ยาผงคำฝอย, ยาผงหญ้าดอกขาว, ยาผงชะพลู และ เถาวัลย์เปรียง นำร่องในสถานพยาบาล 8 จังหวัดภาคกลาง คือ กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี นครปฐม ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม รวมทั้งสิ้น 66 แห่ง

นพ.ลือชา วนรัตน์ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก กล่าวถึงยาสมุนไพรไทยให้ฟังว่า มีนโยบายในการเพิ่มมูลค่าการใช้ยาสมุนไพรไทยให้ได้ ร้อยละ 25 ภายในเวลา 5 ปี แต่ที่ผ่านมาการเข้าถึงยา สมุนไพรของประชาชนในสถานพยาบาลของรัฐมีมูลค่าน้อยมาก โดยมูลค่าการใช้  ยาสมุนไพรในสถานบริการสาธารณสุขของรัฐมีเพียงร้อยละ 0.8 ของค่าใช้จ่ายยาทั้งหมด ถ้าเปรียบเทียบแล้วไม่ถึง    1 เปอร์เซ็นต์ ของเงินงบประมาณสาธารณสุขของประเทศ

“จากการศึกษาค่าใช้จ่ายยาสมุนไพรกับยาแผนปัจจุบัน พบว่า ยาไทยหลายชนิดมีค่าใช้จ่ายถูกกว่ายาที่มีการนำเข้าหลายเท่า ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่มูลค่าการใช้ยาสมุนไพรในประเทศมีน้อย แต่กลับมีการนำเข้ายาในแต่ละปีเป็นจำนวนมาก ทำให้เงินไหลออกนอกประเทศ ทั้ง ๆ ที่สรรพคุณของยาสมุนไพรในการรักษาได้ผลดีเทียบเท่ากับยาแผนปัจจุบัน อีกทั้ง มีบางชนิดได้ผลดีกว่ายาแผนปัจจุบัน เสียอีกอย่าง เพชรสังฆาต และ พญายอ”  อ่านทั้งหมดได้ที่นี่ »

Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

1 Comment