ตูมทิพ เครื่องดื่มมะตูมผงสำเร็จรูปผสมน้ำผึ้ง วิตามิน B1,B2,B6สูง
Advertise

Posts Tagged น้ำอัดลม

น้ำอัดลม นำพาสารพัดโรค

หลังพบเด็กดื่มน้ำอัดลม 1 กระป๋อง เท่ากับกินน้ำตาลถึง 7.4 ช้อนชา

น้ำอัดลมกลายเป็นเครื่องดื่มที่ขาดไม่ได้บนโต๊ะอาหาร และในยามว่างของคนทั่วโลก สถิติจากกรมอนามัยระบุว่า เด็กไทยดื่มน้ำอัดลมเฉลี่ยวันละ 1 กระป๋อง ซึ่งเท่ากับบริโภคน้ำตาลถึง 7.4 ช้อนชา ทำให้มีการผลิตน้ำอัดลมชนิดปราศจากน้ำตาลมาเป็นทางเลือกสำหรับคนกลัวอ้วน

ทว่า… ผลการวิจัยของวิทยาลัยแพทย์ฮาร์วาร์ด พบว่าน้ำอัดลมชนิดปราศจากน้ำตาลซึ่งใช้สารที่ให้ความหวานแทนน้ำตาล ใช่ว่าจะดื่มได้อย่างปลอดภัย เพราะการดื่มน้ำอัดลมชนิดนี้วันละ 2 กระป๋องจะเพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อโรคไตวายได้ถึง 2 เท่า

ส่วนน้ำอัดลมชนิดที่ใช้น้ำตาล นอกจากจะทำให้เป็นโรคอ้วน เบาหวาน และฟันผุเพราะกินน้ำตาลมากกว่า 74 กรัมต่อวันแล้วยังอาจทำให้เป็นโรคความดันโลหิตสูงได้อีกด้วย

ใครชอบดื่มน้ำซ่าๆ เห็นทีจะต้องลด ละ เลิก เสียแล้วเพื่อสุขภาพ ถ้ายังตัดใจเลิกไม่ได้ก็ให้ดื่มแต่น้อยนะจ๊ะ :lol:

Tags: , , , , ,

No Comments

ดื่มน้ำอัดลมหวานๆประจำอาจเสี่ยงกับ มะเร็งของตับอ่อน

วารสารวิชาการ “การระบาดวิทยา ตัววัดความเสี่ยงและการป้องกันมะเร็ง” ของสมาคมวิจัยมะเร็งแห่งอเมริกา รายงานว่า มีการศึกษาพบว่า การดื่มเครื่องดื่มน้ำอัดลมที่มีรสหวาน จะทำให้เสี่ยงกับการเกิดเป็นมะเร็งของตับอ่อน อันเป็นมะเร็งที่ทำให้ถึงตายได้มากที่สุดชนิดหนึ่ง อย่างน่าหวาดหวั่น

รายงานผลการศึกษาส่อว่า เพียงแค่ดื่มอาทิตย์ละเพียง 2 หน ก็ทำให้โอกาสที่จะเป็นโรคเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่า

ผู้ ช่วยศาสตราจารย์มาร์ค พีไรนา ของโรงเรียนสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมินเนโซตา ผู้เขียนรายงานอาวุโส กล่าวว่า “ระดับน้ำตาลในเครื่องดื่มที่สูง อาจจะไปหนุนระดับอินซูลินในร่างกายให้สูงขึ้น ซึ่งคิดว่ามีส่วนช่วยเป็นปุ๋ยให้เซลล์มะเร็งตับอ่อนเติบโตขึ้น”

ผล การศึกษาแจ้งต่อไปว่า “ผู้ที่ดื่มน้ำอัดลมอาทิตย์ละ 2 หนขึ้นไป จะมีอัตราเสี่ยงกับโรคสูงขึ้น เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ได้ดื่ม ถึงร้อยละ 87 ซึ่งไม่พบลักษณะแบบเดียวกัน เกิดในหมู่ผู้ที่ดื่มน้ำผลไม้คั้น”

 

Tags: , ,

1 Comment

อัมพาต เพราะน้ำอัดลม

ดร.โมเสส เอลิซาฟ อายุรแพทย์ หัวหน้าทีมวิจัยจากมหา- วิทยาลัยไอโออันนินา เผยว่า การดื่มน้ำอัดลมมากๆ (โดยเฉพาะ น้ำสีดำ) กำลังจะเป็นปัญหาใหญ่ เพราะนอกจากทำลายฟัน ทำให้ กระดูกผุ ส่งผลถึงระบบเมตาโบลิซึม และเป็นสาเหตุของเบาหวานแล้ว ยังก่อให้เกิดภาวะไฮโปคาเลเมียหรือโพแทสเซียมในเลือดต่ำ ทำให้ กล้ามเนื้ออ่อนเพลีย ไม่มีแรง จนอาจถึงขั้นอัมพฤกษ์ อัมพาตอีกด้วย

จากการเก็บข้อมูลในผู้ป่วยที่ดื่ม น้ำอัดลมวันละ 2 – 9 ลิตรต่อวันต่อเนื่อง เป็นประจำ พบว่า คนไข้มาพบหมอด้วย อาการเหนื่อยล้า กล้ามเนื้อไม่มีแรง ไม่อยากอาหาร คล้ายจะอาเจียนตลอดเวลา ผลการตรวจเลือดพบ โพแทสเซียมในเลือดต่ำและมีภาวะหลอดเลือดหัวใจอุดตันร่วมด้วย แต่หลังจากให้หยุดดื่มน้ำอัดลมและหันมารับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยโพแทสเซียมแล้ว พบว่า อาการป่วยดังกล่าวหายไป

ประมาณการกันว่า ในแต่ละปีคนทั้งโลกดื่มน้ำอัดลมราว 500 ล้านลิตร หรือประมาณ 80 ลิตรต่อ คน และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกปี โดยเฉพาะชาว อเมริกันที่ดื่มกันมากถึงคนละ 200 ลิตรต่อปี

รู้อย่างนี้แล้วลดปริมาณการดื่มลงบ้างเพื่อ สุขภาพที่ดีกว่า

 

ข้อมูลจาก Health&Cuisine

Tags: , ,

No Comments

น้ำอัดลมอันตราย!!!

“ทุกคนขุดหลุมศพตัวเองด้วยปากและฟันทุกๆวัน” ซึ่งบางคนอาจจะยังไม่รู้ว่า การบริโภคน้ำอัดลมเป็นประจำวันนั้น ส่งผลเสียต่อร่างกาย และอันตรายถึงขั้น เสียชีวิต เพราะการดื่มน้ำอัดลมทุกวันหรือทุกน้ำอัดลมอันตรายมื้ออาหาร จะทำให้ร่างกายได้รับน้ำตาลมากเกินความจำเป็น จนทำให้คุณเสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วน และโรคเบาหวานได้ อีกทั้งน้ำอัดลมไม่มีคุณค่าทางโภชนาการแต่อย่างใด (ในแง่ของวิตามิน และแร่ธาตุ) แต่จะมีส่วนผสมของน้ำตาลสูง มีกรดสูงมาก และมีสารปรุงแต่งจำพวกวัตถุกันเสียและสีมากกว่า บางคนชอบดื่มน้ำอัดลมเย็นๆ หลังรับประทานอาหารในแต่ละมื้อ ก็จะส่งผลต่อระบบทางเดินอาหาร เพราะร่างกายของคนเราขณะย่อยอาหารจะมีอุณหภูมิ 37 องศา แต่น้ำอัดลมเย็นๆ ที่ดื่มเข้าไปมีอุณหภูมิต่ำกว่า 37 องศามาก และมีอุณหภูมิเกือบจะ 0 องศาในบางครั้ง ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพในการย่อยอาหารของร่างกายต่ำลง ทำให้ย่อยอาหารได้ยากขึ้น และย่อยอาหารได้น้อยลง และผลเสียที่ตามมาอีกทอดหนึ่งก็คือ อาหารในร่างกายจะเสียและส่งแก๊สที่มีกลิ่นเหม็นออกมา อาหารจะเน่าเปื่อย และทำให้เกิดสารพิษ ซึ่งจะถูกดูดซึมและทำการไหลเวียนไปทั่วร่างกาย ส่งผลให้เชื้อโรคต่างๆ เจริญเติบโตได้ดี

  อ่านทั้งหมดได้ที่นี่ »

Tags: , , , ,

4 Comments

น้ำอัดลม นำโรคร้ายมาสู่ชีวิต

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแห่งอังกฤษ (British university) แนะนำว่าวัตถุกันเสียธรรมดาๆ ที่พบในน้ำอัดลม เช่น แฟนต้า (Fanta) เปบซี่ แม็กซ์ (Pepsi Max) สามารถปิดสวิตซ์การทำงานของ DNA ในร่างกายได้ และอาจจะชักนำไปสู่โรคตับแข็งและโรคพิการต่างๆ เช่นโรคพาร์กินสัน (Parkinson’s อาการของโรคกระตุก อันเกิดจากสมองพิการ) ซึ่งโดยปกติแล้วปัญหาเรื่องการทำงานของ DNA มักจะมีสาเหตุมาจากความสูงอายุและการดื่มสุราจัด

ตับแข็ง โรคพาร์กินสัน
อาการตับแข็ง โรคพาร์กินสัน

ผลการศึกษาชิ้นนี้อาจมีผลต่อผู้บริโภคน้ำอัดลมนับร้อยล้านคนทั่วโลก และยังจะทำให้ข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสารปรุงแต่งอาหารซึ่งเคยมีผลที่ทำให้เด็กซุกซนผิดปกติ (Hyperactivity)ถูกรื้อฟื้นขึ้นเพื่อทบทวนใหม่

อ่านทั้งหมดได้ที่นี่ »

Tags: , , , ,

No Comments